
ลิปสติก ( LipStick ) คือ เครื่องสำอางชนิดแรกที่ผู้หญิงเราหรือใครๆ มักถึงนึก ลิปสติก สามารถช่วยเพิ่มสีสันบริเวณริมฝีปาก ให้ดูสดใส และยังบ่งบอกถึงความเป็นผู้หญิงอีกด้วย ปัจจุบัน ลิปสติกถูกออกแบบมาให้เราเลือกใช้มากมายหลายแบบ ทั้งแบบเนื้อครีมมันแวววาว แบบเนื้อด้าน และอีกหลายแบบมากมาย
วิธีเลือกซื้อลิปสติก
เวลาเลือกซื้อลิปสติก ควรลองทาจริงบนริมฝีปากของคุณ เพราะนอกจากทดสอบความเนียนละเอียดของเนื้อลิปสติกแล้ว สีสันของลิปสติกที่คุณเห็นตามเคาน์เตอร์นั้น จะไม่ใช่สีจริงที่คุณจะได้เห็นบนริมฝีปากของคุณจริง เฉพาะฉะนั้น เวลาทดลองสีลิปสติก คุณควรดูว่าสีสันที่ปรากฏนั้นเป็นที่พอใจหรือยัง นอกจากนี้ ควรทดลองดมกลิ่นของลิปสติกด้วยว่า เป็นกลิ่นที่คุณรับได้หรือไม่ เพราะลิปสติกแต่ละยี่ห้อ จะมีกลิ่นไม่เหมือนกัน คุณต้องมั่นใจว่า เมื่อทาลิปสติกลงบนริมฝีปากแล้ว จะไม่สร้างความรำคาญให้กับคุณ
สีของลิปสติก
ลิปสติก เป็นเครื่องสำอางที่มีสีสันให้เลือกมากที่สุด แต่โดยปกติแล้ว ผู้หญิงเราจะมีสีลิปสติกที่ถูกใจอยู่เพียงไม่กี่สี แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า สีลิปสติกที่คุณมีอยู่แล้ว เมื่อนำมาผสมกัน จะกลายเป็นสีใหม่ที่คุณไม่จำเป็นต้องลงทุกซื้อเพิ่มเลยล่ะ

ขั้นตอนการทาลิปสติก
การเขียนขอบปากก่อนถือเป็นกุญแจสำคัญในการที่จะวาดรูปปากใหม่ให้สวยงาม
- ให้เริ่มเขียนในบริเวณที่หนึ่งก่อน จากนั้นเขียนในจุดที่ 2 แล้วดูว่าเราเขียนรอยหยักของปากเท่ากันหรือเปล่า
- หลังจากนั้นเริ่มเขียนบริเวณที่ 3
- แล้วตามด้วยบริเวณที่ 4, 5, 6 และ7 โดยวิธีการเขียนควรเริ่มเขียนจากมุมปากเข้ามาเพื่อง่ายต่อการกำหนดรูปริมฝีปาก
เคล็ดลับทาสีปากให้สวย
1. ใช้พัฟฟองน้ำหรือแปรงแตะคอนซีลเลอร์สีที่กลมกลืนกับรองพื้นลงบนผิวรอบ ๆ ริมฝีปาก หรือใช้นิ้วเกลี่ยคอนซีลเลอร์
ให้เนียน แล้วตบแป้งฝุ่นชนิดโปร่งแสงเบา ๆ เพื่อให้ลิปสติคติดทนนานขึ้น
2. ใช้ดินสอสีใกล้เคียงกับลิปสติค วาดเส้นขอบปาก โดยริมฝีปากบนให้วาดจากรอยหยักกลาง ไปที่มุมปากแต่ละด้าน
ส่วนริมฝีปากล่าง เริ่มต้นวาดจากมุมปากแต่ละข้าง
3. ใช้แปรงทาลิปสติค ระบายให้ทั่วริมฝีปาก อย่าให้เกินจากเส้นขอบปากที่วาดไว้
4. ใช้กระดาษทิชชู คลี่ให้บาง ซับเบา ๆ ที่ริมฝีปาก แล้วแต้มลิปสติคซ้ำอีกครั้ง หรือใช้ลิปกลอส เพื่อเพิ่มประกายให้กับเรียวปาก
Tip : ถ้าไม่อยากให้เส้นขอบปากดูแข็งกระโด๊ก ให้ใช้มือหรือแปรงทาปาก ลูบเส้นขอบปากที่วาดไว้
ปัจจุบันนี้มีลิปสติกอยู่มากมายหลายชนิด แต่เราควรเลือกชนิดที่มี Moisture เพื่อปกป้องให้ริมฝีปากมีความชุ่มชื่นอยู่เสมอ และควรเลือกเฉดสีให้เหมาะสมกับ Eye shadow และ Brush on

ลิปกลอส ( Lip Gloss ) คือ เครื่องสำอางที่ช่วยเพิ่มประกายเงางามบนริมฝีปาก สามารถใช้ได้เลย หรือทาทับบนลิปสติกอีกครั้ง เพื่อเพิ่มความเงางามของริมฝีปาก หรือจะใช้ทาก่อนทาลิปสติกก็ได้ เพื่อช่วยบำรุงและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก
ในการแต้มลิปกลอส ควรแต้มเฉพาะตรงกลางเท่านั้น เพราะถ้าเราแต้มทั่วริมฝีปาก จะทำให้ดูเยิ้ม และริมฝีปากจะแลดูหนาเกินไป
คุณสามารถใช้ลิปกลอสในวันธรรมดา หรือเวลาไหนก็ได้ เพราะลิปกลอส มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก และหลีกเลี่ยงผิวลอกของริมฝีปากในหน้าหนาวได้
ปัจจุบัน มีลิปกลอสหลายแบบให้เลือกใช้ ทั้งแบบธรรมดา ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น หรือแบบมีสีและกลิ่นในตัว ซึ่งก็แล้วแต่ความต้องการใช้ในแต่ละโอกาส
เลือกสีลิปสติกให้เข้ากับสีปาก
เนื้อสเตนหรือทินท์
ลิปสติกประเภทนี้ไม่ค่อยมาในรูปลักษณ์แท่งหมุนเหมือนลิปสติกเนื้อครีมและเนื้อเชียร์ ด้วยความที่เนื้อ stain ซึ่งมีลักษณะกึ่งน้ำผสมสี (หรือจะว่าคล้ายกับสีเมจิกก็ได้) เมื่อทาลงบนเรียวปาก เนื้อสีจะซึมไปตามผิวชั้นนอกของริมฝีปาก ทำให้สีติดทนนาน และเพราะลิปประเภทนี้มีสีให้เลือกไม่หลากหลายนัก ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางสีแดงสดและสีโทนเข้มซะมากกว่า ถ้าคุณใช้ร่วมกับลิปกลอสใส หรือกลอสสีอ่อนๆจะเลิศมาก
เนื้อแมตต์
ถ้าต้องการลุคในแบบเรียบนุ่ม แม้ไม่เป็นประกายเฉิดฉาย แต่ดูสวยเฉี่ยวแบบหนักแน่นแน่นอนคุณต้องหยิบลิปสติกเนื้อแมตต์นี้ขึ้นมาระบายบนริมฝีปาก เพราะเนื้อแมตต์นั้นปราศจากความมันวาวโดยสิ้นเชิง ให้สีด้านอย่างมีสไตล์ ถ้าคุณไม่เห็นว่าความมันวาวบนริมฝีปากจะดูมีเสน่ห์ตรงไหน เลือกใช้ลิปสติกเนื้อแมตต์ไม่ผิดหวังแน่
เนื้อครีม
เมื่อใดที่อยากรู้สึกคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงและเสริมสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง ด้วยสีสันบนใบหน้าแล้วล่ะก็ หยิบลิปสติกเนื้อครีมขึ้นมาใช้ได้เลย เพราะลิปเนื้อครีมนั้นมีเนื้อเนียนนุ่มสนิทแนบไปกับเรียวปาก ทั้งยังให้สีได้เด่นชัด ชนิดที่ว่าเลือกใช้สีแดงก็ออกแดงเต็มที่ ใช้ชมพูก็เห็นสีชมพูหวานจับใจ ลิปสติกเนื้อครีมนี้นอกจากใช้ทาปากแล้ว ยังปรับใช้เป็นครีมบลัชออนช่วยเพิ่มสีให้พวงแก้มคุณได้ด้วยนะ
ลิปไลเนอร์
เหมาะมากกับวันที่คุณต้องการความเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ไม่เว้นแม้แต่ขอบปากที่จะต้องลงเส้นให้ดูคมชัดราวกับตีกรอบล้อมไว้ เพื่อไม่ให้ลิปสติกที่ทาเลอะออกนอกขอบปากได้ ลิปไลเนอร์ที่ดีต้องมีเนื้อนุ่มกำลังดี ไม่นิ่มจนเละเขียนไม่เป็นเส้น แต่ก็ไม่แข็งจนขูดขอบปากเป็นรอยแดง
เนื้อบางใส
อยากได้ริมฝีปากที่มองดูแล้วบางใสและมันวาว (Sheer) แต่ไม่ถึงขนาดมันเยิ้ม ต้องเลือกลิปสติกเนื้อบางใสมาเติมแต้มริมฝีปาก เพราะถ้าเทียบกับเนื้อครีมแล้ว เนื้อเชียร์จะสีเข้มชัดประมาณ 60 -70 เปอร์เซ็นต์ อีกประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือจะเป็นความมันใส ริมฝีปากจึงดูอวบอิ่ม ชุ่มชื่น แวววาวเป็นประกาย
ลิปกลอส
สาวใสวัยสะรุ่นมักจะชมชอบและพึ่งพาลิปกลอสเพิ่มความงามเป็นประจำ ด้วยเนื้อที่ใสไม่ค่อยออกสี แต่ให้ความชุ่มฉ่ำบนริมฝีปากได้ดี คุณจึงเป็นสาวใสได้อย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งเดี๋ยวนี้มีลิปกลอสรสชาติอร่อย กลิ่นหอมหวานด้วยแล้ว คุณจะเพลินทาไปชิมไปอย่างสนุกสนานเชียวล่ะ
ติดทนนาน
เหมาะกับใครก็ตามที่ชีวิตวุ่นวายตลอดเวลา ตารางเวลาแน่นเอี๊ยดตลอดทั้งวัน จนไม่มีเวลานั่งกังวลว่ายังมีลิปสติกเหลืออยู่บนเรียวปากรึเปล่า ลิปสติกแบบ Long-lasting นี้จะให้สีที่ชัดเจนเหมือนลิปสติกเนื้อครีม แต่จะมีความแห้งยิ่งกว่าเพื่อให้เนือ้ลิปติดบนริมฝีปากของคุณได้นานยิ่งขึ้น
All About Lips
- สีของลิปสติกแม้จะทาเดี่ยวๆบนหน้าเปลือยที่ไม่ได้แต่งและไม่ต้องมองกระจก ก็ช่วยให้หน้าซีดๆของเราดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ และควรมีติดไว้ในกระเป๋าเพื่อจะได้ทาได้ทุกโอกาส วิธีการเลือกสีที่เหมาะกับตัวเรานี้ ควรเลือกที่มีสีเดียวกับสีริมฝีปากเราตามธรรมชาติ ซึ่งจะเหมาะกับโทนสีผิวของเราไปเองโดยอัตโนมัติ เช่น หากเรามีผิวขาว ริมฝีปากจะเป็นสีชมพูระเรื่อ ก็เลือกสีลิปสติกในโทนชมพูที่ตรงกับสีปากของเราจริงๆ ก่อนตัดสินใจซื้อควรลองทาที่ริมฝีปากจริงๆ โดยมีช่างแต่งหน้าที่เชี่ยวชาญแนะนำอยู่ใกล้ๆ โดยมากแล้วจะมีสีน้ำตาลเป็นพื้นอยู่บ้าง เพราะจะกลมกลืนไปกับสีผิวได้ง่าย
- แปลกแต่จริง
อย่าไปยึดติดกับโทนสีเดิมๆ ไม่ว่าจะมีสีผิวสีอะไรก็สามารถใช้ลิปสติกได้ทุกสี แต่ก็ต้องดูการแต่งหน้าในส่วนอื่นๆ อย่างสีตาและแก้มให้ส่งเสริมและสอดคล้องกันลงตัว เช่น คนผิวคล้ำมักจะคิดว่าไม่เหมาะที่จะใช้ลิปสติกสีอ่อนๆ เพราะจะดูเหมือนไม่สบาย แต่จริงๆแล้วสามารถทาได้ถ้าเน้นที่ดวงตาให้เข้มชัดเจนแล้วปัดแก้มโทนสีน้ำตาล
- เปลี่ยนสี เปลี่ยนอารมณ์
บางครั้งเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นได้ ต้องไปงานปาร์ตี้กะทันหัน ไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า เสื้อผ้าน่ะพอไหวแต่หน้าตานี่สิจะทำอย่างไร ทางที่ดีควรมีลิปสติกสีโทนเดิมกับที่ทาไว้เมื่อเช้าแต่เข้มขึ้นกว่า เช่น ปกติใช้ลิปสติกโทนสีนู้ดเป็นประจำ พอจะไปงานก็ลองเติมสีเข้มอย่างสี Plum หรือสี Berry จากสาวมั่นยามกลางวัน ก็เปลี่ยนเป็นสาวสวยเซ็กซี่ยามค่ำคืนได้สบายเลย
- แปรงทาปากก็สำคัญนะ
คงสงสัยล่ะสิ ทาอยู่กับแท่งตรงๆก็ดีอยู่แล้ว จะใช้ทำไม แปรงหรือพูกันทาปากนั้น มีประโยชน์ช่วยให้ตัดขอบปากได้คม ชัดเจน ให้เราควบคุมปริมาณเนื้อลิปสติกได้ ไม่หนาหรือบางเกินไป ช่วยให้ทาได้เรียบสนิทลงแทรกในร่องเล็กๆของผิวริมฝีปากได้อย่างดี และยังช่วยรักษาความสะอาดของแท่งลิปสติกให้ยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น ไม่เสียเร็วอีกด้วย
- ดินสอเขียนขอบปากก็ควรมีไว้
ดินสอเขียนขอบปากหรือลิปไลน์เนอร์ ช่วยให้เราปรับปรุงรูปร่างของริมฝีปากได้เล็กน้อย ไม่ใช่วาดซะเกินจริงจนผิดธรรมชาติมากไป ยกตัวอย่างคนที่ริมฝีปากบาง สามารถเขียนขอบปากให้เกินจริงออกมาเล็กน้อย จะช่วยให้ดูริมฝีปากอวบอิ่มขึ้น วิธีการวาดขอบปากให้ดูเป็นธรรมชาติก็คือ ทาลิปสติกให้ทั่วปากก่อนแล้วจึงใช้ดินสอเขียนขอบปากวาดเส้นทีหลัง จะช่วยให้ดูกลมกลืนและเขียนง่ายขึ้น ส่วนการเขียนขอบปากก่อนการลงสีนั้นก็พอทำได้แต่ควรเลือกใช้สีที่อ่อนเข้ากับสีปาก หากใช้สีเข้มตัดก่อนแล้วทาลิปสติก เวลาลิปสติกหายไปในระหว่างวันจะเหลือเพียงเส้นขอบปากที่ชวนขนลุก
- ลิปกลอส ช่วยอะไร
ประโยชน์ของลิปกลอสก็คือ ช่วยเพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก ช่วยกลบเกลื่อนริ้วรอยร่องปากให้ความชุ่มชื้น หากว่าเลือกใช้สีอ่อน สามารถทาทับลิปสติกเพื่อลดความจัดจ้านของสี ในทางกลับกัน ถ้าเลือกโทนสีสดใสทาทับลงไปที่ลิปสติกก็จะช่วยให้ลิปสติกสีเดิมดูสดใสขึ้นได้
- หลากสัมผัส หลากอารมณ์
ลิปสติกสีหนึ่งอาจมีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน แล้วรู้หรือเปล่าว่า ลิปสติกแต่ละชนิดมีลักษณะการใช้และผลลัพธ์ที่ได้ก็ต่างกันด้วย
๐ Lip Color หรือลิปสติกเนื้อครีม มีเนื้อสีเข้มข้นมีความทึบแสง เนื้อแมทด้าน สามารถใช้ได้แทบทุกโอกาส แต่จะดูสวยหากทาตาแบบแวววาว เนื้อมุกแล้วทาลิปเนื้อนี้
๐ Lip Shimmer คือลิปสติกที่มีส่วนผสมของความระยิบระยับเนื้อมุกเหมาะสำหรับวันที่แต่งดวงตาแบบแมท
๐ Lip Gloss เป็นลิปสติกชนิดเหลว เนื้อโปร่งแสง อาจมีแบบเพิ่มประกายมุกหรือไม่มี สามารถทาบนปากได้โดยตรงหรือทาทับสีอื่น เพื่อเพิ่มความแวววาวดูมีมิติอิ่มเอิบ
๐ Lip Tint เป็นลิปเนื้อเหลวคล้ายๆกับลิปกลอส แต่ว่ามีความเหนียวน้อยกว่า ใช้แตะริมฝีปากพอให้เห็นสีบางๆ และยังเห็นพื้นผิวของริมฝีปากอยู่ ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด
|